วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

เลื่อมพรายลายรัก

"มีอะไรในโลกนี้บ้างที่นิกกี้ไม่อยากลอง"
"ไม่มี" หญิงสาวตอบกลับมาทันทีแล้วหัวเราะเสียเอง
แสนยากรรู้ว่าสำหรับคนอายุเท่าหล่อน ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเป็นเรื่องน่าสนุก น่าลิ้มลอง
แต่ตอนที่เขาอายุเท่าหล่อน แสนยากรเชื่อว่าเขาไม่บ้าอย่างหล่อนแน่ๆ
"นิกกี้เป็นผู้หญิงอันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักมา"
"ไม่ต้องบอกนิกกี้ก็รู้ค่ะ
ถ้าเป็นสถานการณ์ปรกติทั่วไป
ผู้ชายอย่าง 'แสนยากร' จะไม่มีวันคบหาผู้หญิงอันตรายอย่างนิกกี้เด็ดขาด
ถ้านิกกี้ไม่บุกเข้าไปหาคุณวันนั้น โลกของแสนกับโลกของนิกกี้ไม่มีวันหมุนมาซ้อนกันได้
แต่อย่ากังวลไปเลย พอให้เรารู้ตัวคนที่มันทำกับเรา แล้วจัดการอะไรลงไปได้ซักอย่าง
โลกของเราก็จะเคลื่อนออกห่างจากกัน เซย์กู๊ดบายทางใครทางมันค่ะ"
แสนยากรขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัวเมื่อฟังมาถึงตรงนี้
เขาไม่แน่ใจว่าหากวันนั้นมาถึงจริงๆ
โลกของเขาและหล่อนเคลื่อนห่างจากกันไปเรื่อยๆ ...เขาจะรู้สึกอย่างไร

สวัสดีอีกครั้งหลังจากหายไปนานนะคะ กลับมาคราวนี้เคนำหนังสือนิยายสนุกๆอีกเล่มนึงมาแนะนำค่ะ นิยายเล่มนี้มีชื่อว่า "เลื่อมพรายลายรัก" เป็นบทประพันธ์ของคุณดวงตะวัน นักเขียนในดวงใจของใครหลายๆคนนั่นเอง เคเชื่อว่าอาจจะมีบางคนพอคุ้นหูกับนิยายเรื่องนี้มาบ้างแล้ว เนื่องจาก 'เลื่อมพรายลายรัก' ถูกนำมาทำเป็นละครโทรทัศน์ไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมาค่ะ
เลื่อมพรายลายรัก เป็นนวนิยายหักเหลี่ยมเฉือนคมกันอย่างเข้มข้นระหว่างคนจากตระกูลมหาเศรษฐีสองตระกูลที่มีปมความขัดแย้งและโกรธแค้นสืบทอดกันมาหลายต่อหลายรุ่น แต่ความบาดหมางชิงชังของสองตระกูลนี้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลก ทำให้ 'แสนยากร' ทายาทนักธุรกิจหนุ่มผู้เปี่ยมความสามารถของตระกูล 'รังสฤษฎิ์' ต้องเข้ามาถูกจัดฉากให้พัวพันกับ 'นิกกี้' ทายาทสาวของตระกูล 'จักราวุธ' ที่ไม่เคยมีใครรับรู้มาก่อนว่ามีตัวตน  การจัดฉากให้เกิดเรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ส่งผลให้หนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวซึ่งบุคลิกแตกต่างกันคนละขั้วต้องหันมาร่วมมือกันแก้ปัญหา คนหนึ่งเนี้ยบไม่มีที่ติ วิถีชีวิต การทำงาน ทรรศนวิสัยอยู่ในกรอบและระเบียบอันดีงามของสังคม อีกคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ กล้าจนเรียกได้ว่าบ้าบิ่น ลองผิดลองถูกทุกอย่างบนโลกใบนี้
ระหว่างที่อ่านไป นอกจากทุกคนจะช่วยกันลุ้นให้แสนยากรกับนิกกี้รักกันเร็วๆแล้ว ยังต้องลุ้นเอาใจช่วยให้ทั้งสองคนสืบหาผู้ที่ไม่หวังดี สร้างสถานการณ์ต่างๆที่ทำให้ตระกูลของทั้งคู่ต้องมัวหมองและขัดแย้งกันยิ่งขึ้น นวนิยายเรื่องนี้จะค่อยๆเปิดเผยปมการกระทำของตัวละครแต่ละตัวที่มีผลพัวพันกันมานับแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เคยิ่งอ่านก็ยิ่งนับถือลีลาในการแง้มปม เผยคำใบ้ เสนอฉากลวงต่างๆของคุณดวงตะวันที่ทำได้อย่างแนบเนียนและลื่นไหล ทำให้เคตื่นเต้นและมีอารมณ์ร่วมไปกับการสืบเสาะหาว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง และเหตุผลเบื้องหลังของการกระทำนั้นคืออะไร

แม้ว่าปมหลักของเรื่องจะอยู่ที่การตามหาผู้ไม่หวังดีและชี้ให้เห็นเหตุผลที่มาที่ไปของตัวละคร แต่เคกลับมุ่งความสนใจไปที่คาแรคเตอร์และความสัมพันธ์ของพระนางในเรื่องมากกว่า ทั้งนี้ เพราะเคสังเกตว่าลักษณะนิสัยของทั้งแสนยากรและนิกกี้นั้น ล้วนเป็นผลผลิตจากการกระทำและการเลี้ยงดูของคนรอบข้าง ความเคร่งครัดในกฎระเบียบของแสนยากร ล้วนมาจากการฝึกวินัยและมารยาทในสังคม ที่ถูกบ่มเพาะและกดดันมาจากภาระซึ่งสืบเนื่องจากหน้าที่ทายาทผู้สืบทอดสมบัติของตระกูล แสนยากรจำเป็นต้องคิด พูดและทำโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบคอบก่อนเสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้เป็นนักธุรกิจพึงกระทำ  ตรงกันข้ามกับนิกกี้ หญิงสาวที่มีอิสระเสรีอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงเพราะเธอเติบโตที่เมืองนอก แต่เป็นเพราะเธอไม่ได้อยู่ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและกฏเกณฑ์มากมายให้ต้องทำตาม  ดังนั้นหากโลกใบนี้เป็นโมเดลที่ประกอบมาจากตัวต่อหรือเครื่องยนต์อะไรซักอย่าง สิ่งที่นิกกี้เลือกจะทำเพื่อเข้าใจโลกอาจไม่ใช่เพียงพิจารณาพื้นผิว สีสันหรือหน้าที่การทำงานของโลกเท่านั้น แต่คนอย่างนิกกี้คงจะลงนั่งแคะ แงะ แกะดูส่วนประกอบเหล่านั้น แล้วนำมันมาทดลองต่อเป็นรูปแบบอื่นๆที่แตกต่างออกไปแทนอย่างแน่นอน
การกระทำของนิกกี้ เป็นสิ่งที่แปลกและน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแสนยากร แน่นอน สำหรับคนที่ก้มหัวให้กับกฏเกณฑ์ข้อบังคับและคำนึงถึงเรื่องถูกผิดเหมาะควรตามสังคม ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เป็นไปตามครรลองแบบที่มันควรจะเป็น แสนยากรผู้มีทุกอย่างเพียบพร้อมในชีวิตไม่รู้สึกว่าขาดหรือจำเป็นต้องค้นคว้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆขึ้นมา แต่เมื่อเขาต้องเผชิญกับวิกฤติหรือปัญหา และวิธีการที่นิกกี้ใช้เพื่อแก้ปัญหาล้วนแหวกแนวแตกแถว แต่ถึงกระนั้นนิกกี้ก็ช่วยเปิดโลกให้แสนยากรเห็นอะไรใหม่ๆ นิกกี้ชี้ให้แสนยากรเห็นว่าโลกอันแสนอึมครึมและเคร่งเครียดที่ทุกคนอาศัยอยู่แท้จริงแล้วเป็นเพียงโมเดลที่ถูกสร้างขึ้นมา และผู้ที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงโมเดลหรือวิถีชีวิตของตัวเราเองได้นั้น ก็ไม่มีผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่าตัวของแสนยากรเอง เรียกได้ว่านิกกี้เป็นผู้สอนให้แสนยากรรื้อโมเดลชีวิตแล้วต่อขึ้นมาในรูปแบบใหม่ ในขณะเดียวกันกับที่แสนยากรก็ช่วยเสริมแรงและสร้างความมั่นคงให้กับโมเดลนั้นๆที่ทั้งสองร่วมสร้างขึ้นมา โดยไม่นำพาถึงกลไกเก่าๆของโมเดล อย่างเช่นความบาดหมางระหว่างตระกูล หรือความอิจฉาริษยาภายในครอบครัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโมเดลใหม่ของชีวิตทั้งสอง

การที่เคกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าชีวิตคนเราจำเป็นจะต้องหาคู่ที่แตกต่างเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งใหม่ๆเท่านั้นนะคะ แต่เคเชื่อว่าต่อให้ลักษณะนิสัยคล้ายกันเพียงใด ก็ไม่มีทางที่คนสองคนซึ่งเกิดจากครอบครัวที่แตกต่างกันจะเหมือนกันร้อยเปอร์เซน นิกกี้และแสนยากรเป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความแตกต่างอย่างสุดโต่ง แต่ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนและเติมเต็มกันและกันได้ ชีวิตของพวกเราคนธรรมดาทั่วๆไป มีทั้งส่วนที่เหมือนและส่วนที่ต่าง บางครั้งสิ่งสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์นั้นอยู่รอด ก็คือการยอมรับและเปิดใจให้กับความต่างของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ฉันเพื่อน คนรัก ครอบครัวหรือที่สำคัญที่สุด ความสัมพันธ์ของคนในสังคมและมนุษย์ร่วมโลก


เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ดังนั้นจึงไม่มีมนุษย์คนไหนอยู่คนเดียวบนโลกนี้ได้
ความแตกต่างของมนุษย์อาจเป็นปมขัดแย้งและอุปสรรคของความก้าวหน้า
                       แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ได้เรียนรู้ผ่านความแตกต่าง
                               อาจจะเป็นคนที่ได้รับการเติมเต็มก่อนใครๆ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น