วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557

When bad things happen...

ความจริงเคก็ไม่อยากจะเริ่มเล่าเรื่องร้ายๆหรือเรื่องแย่ๆตั้งแต่เพิ่งมาถึง Cambridge ได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์หรอกนะคะ แต่เคอยากจะเล่าเพื่อให้เป็นตัวอย่าง เป็นอุทธาหรณ์ของหลายๆคนที่คิดจะมาใช้ชีวิตคนเดียวในต่างแดน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆค่ะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของมนุษย์ด้วย อย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้วว่าเคมาเรียนภาษาที่นี่ ตารางเวลาเรียนของเคก็ช่างน้อยนิดเหลือเกิน เพียง 3 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นเคจึงมีเวลาว่างมากมายเดินสำรวจดูโน่นดูนี่รอบๆเมือง เรื่องแย่ๆเรื่องแรกของเคก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาว่างนี่แหละค่ะ ตั้งแต่วันแรกของการเรียนเลย หลังจากเคเรียนและกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เคจึงลองเดินเล่นจากโรงเรียนมาเรื่อยๆแต่พยายามไม่เดินไกลนัก เพราะยังไม่ชำนาญทาง จนเดินมาเจอสวนสาธารณะใกล้ๆโรงเรียนแห่งหนึ่ง ชื่อ Christ's Pieces ด้วยความที่เดินไปเดินมาหลายชั่วโมงจนเมื่อย เคเลยแวะนั่งพักตรงม้านั่งแห่งหนึ่งในสวนสาธารณะพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือมากดดูอะไรเล่น นั่งอยู่เงียบๆคนเดียวไม่ถึง 5 นาที จู่ๆเคก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกดังมากจากด้านหลัง แต่เคยังไม่ทันได้หันไปมอง เด็กวัยรุ่นฝรั่งต้นกำเนิดเสียงก็ชะโงกหน้าข้ามไหล่เคมาซะก่อน เคก็จำไม่ได้ชัดว่าเค้าพูดอะไรบ้าง แต่คล้ายๆกับว่า "Can I have this?" เหมือนจะแย่งอะไรซักอย่าง พูดซ้ำๆอยู่หลายรอบ ด้วยความตกใจ เคจึงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร แต่พอตั้งสติได้ก็เลยหันหน้าหนี นั่นยิ่งทำให้เด็กสาวฝรั่งคนนั้นหัวเราะชอบใจ พร้อมตะโกนไปบอกกลุ่มเพื่อนๆของเธอว่า "Oh she's crying, she's crying" ทั้งที่จริงๆเคแค่เมินหน้าหนีออกจากเธอเท่านั้น ดูเหมือนเธอจะรู้แล้วว่าแกล้งเคต่อไปก็คงไม่ได้อะไร จึงเดินจากไปพร้อมกลุ่มเพื่อนๆ อาจเพราะเคเป็นคนไม่คิดอะไรมาก และเข้าใจอะไรง่าย ทั้งๆที่รู้ว่าการกระทำเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับการเหยียดผิว เหยียดคนเอเชียผมดำผิวเหลืองเลยก็ตาม แต่เคก็ทำใจยอมรับได้ ไม่ใช่ยอมรับการถูกเหยียดนะคะ แต่ยอมรับได้ว่าคนเรามีดีเลวแตกต่างกัน ยิ่งเรามาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ การจะคาดหวังให้เจอแต่คนดีๆตลอดมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าเราไปโต้ตอบ ไปเถียงกับคนเหล่านี้ ก็ยิ่งมากความ อาจทำให้เรื่องเลวร้ายลงด้วยซ้ำ เคจึงเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้ ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เนื่องจากเคไม่หวังว่า Host Family หรือ Housemate ที่เป็นชาวตะวันตกทั้งหมดจะมาเข้าใจปัญหาของชาวเอเชีย จนกระทั่งเวลาผ่านมาร่วมอาทิตย์ เคมีเพื่อนร่วมคลาสเป็นชาวไต้หวัน นิสัยดีมากอยู่หนึ่งคน เธอมาพร้อมกับเพื่อนชาวไต้หวันของเธออีกคนหนึ่งแต่อยู่คนละคลาสกัน บังเอิญที่บ้าน Host Family ของเราอยู่ทางเดียวกัน ทำให้เคติดสอยห้อยตามกลับพร้อมกับเค้าบ่อยๆ เคเลยมีโอกาสเล่าเรื่องที่สวนสาธารณะให้ทั้งสองคนฟัง ดูเหมือนทั้งสองคนจะมีประสบการณ์มากกว่าเคมากนัก หนึ่งในนั้นเคยโดนกลุ่มวัยรุ่นฝรั่งผู้ชายจับตัวแล้วอุ้ม พร้อมโยกขึ้นลงเป็นเวลาหลายนาที โดยที่เพื่อนอีกคนไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย นอกจากนั้นก็อาจจะเจอบ้างประปรายเวลาเดินตามถนนแล้วมีคนตะโกนแซวหรือเยาะเย้ย หลังจากที่เราพูดเรื่องประสบการณ์แย่ๆมาได้ 1 วัน เคเดินไปป้ายรถประจำทางพร้อมทั้งสองตามปกติ จู่ๆก็มีเด็กชายฝรั่งคนหนึ่งโผล่มาขวางทางพร้อมตะโกนใส่หน้าเราทั้งสามคนว่า "คอนนิจิวะ" แล้วเดินหัวเราะจากไปอย่างรวดเร็ว เคได้แต่ยืนนิ่งกระพริบตาปริบๆด้วยความงง ส่วนเพื่อนชาวไต้หวันสองคนหันไปทำปากขมุบขมิบคล้ายจะด่าเด็กฝรั่งนั่นอยู่ในใจ 
เห็นมั้ยล่ะคะว่าการมาอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างไปจากบ้านเกิดเมืองนอนโดยสิ้นเชิง ไม่มีคนร่วมชาติที่จะคอยช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นด้วยตนเอง หลังจากที่เคเล่าให้เพื่อนๆที่เมืองไทยฟัง มีหลายคนบอกให้เคพูดอะไรซักอย่างหรือด่าเด็กฝรั่งเหล่านั้นกลับไปบ้าง แต่เคเลือกที่จะนิ่งเฉย ทำเป็นไม่สนใจ ไม่ใช่เพราะไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นคนไทยของตัวเอง แต่คนเราต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด หาวิธีแก้ไขปัญหาที่จะทำให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด เพื่อนหลายคนชมว่าเคเป็นผู้หญิงแกร่ง เจอเหตุการณ์แบบนี้ถึง 2 ครั้งภายในเวลาเพียงอาทิตย์กว่าๆ แต่กลับไม่เสียน้ำตาซักหยด เคมองว่ามันเป็นเรื่องของการเข้าใจโลกมากกว่าค่ะ บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่าโลกใบนี้มันมีอะไรมากมายที่เราไม่สามารถแก้ไขให้มันดีขึ้นด้วยตัวเองได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงและเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านั้นไม่ให้มันมีผลกระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึกของเราจนเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตได้นะคะ ชีวิตเราจะดีจะเลว จะสุขหรือจะทุกข์อยู่ที่เราเลือกทั้งนั้นค่ะ

เคขอให้ทุกคนเลือกใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมและมีความสุขนะคะ :)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น