วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

Do not Give in to

สาเหตุที่ตั้งชื่อโพสต์นี้ว่า Don't give in to เป็นเพราะเคเพิ่งเรียนสำนวนนี้มาค่ะ ความหมายของมันก็ง่ายๆ แปลว่า Surrender หรือว่ายอมแพ้นั่นเอง เคเห็นว่าเป็นสำนวนที่เหมาะกับสถานการณ์หนึ่งที่เคเคยเผชิญมา นับตั้งแต่เคมาอยู่ที่เมือง Cambridge ก็เป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว เคต้องเจอทั้งเหตุการณ์ ปัญหาสารพัด บ้างก็ต้องยอมแพ้หรือปล่อยมันไป บ้างก็ต้องตัดสินใจสู้ด้วยตัวเองค่ะ เหตุการณ์หนึ่งที่เคจำได้ไม่ลืมเลยก็คือ เมื่อเคมาเรียนที่นี่ครบอาทิตย์ พอถึงวันเสาร์เคก็ออกไป hang out กับเพื่อนร่วมบ้านในขณะนั้นซึ่งเป็นชาวสวิส กับเพื่อนชาวสวิสอีกคนที่อยู่บ้านใกล้กัน เรื่องมันมีอยู่ว่าเพื่อนชาวสวิสทั้งสองของเคนั้นมีนิสัยรักอิสระ ชอบไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง จึงเลือกที่จะเช่าจักรยานขี่กัน แต่แรกนั้นเคก็มีความคิดที่จะเช่าจักรยานขี่บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นคนหลงๆลืมๆ จำทางไม่ค่อยแม่น อีกทั้งยังกลัวคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงถึงความปลอดภัย เคจึงเปลี่ยนใจ นั่งบัสต่อไปดีกว่า แต่ปัญหามันเริ่มเกิด เมื่อเคกับเพื่อนๆวางแผนจะไป London ด้วยกันในวันอาทิตย์ แต่เพื่อนๆที่เหลือมีจักรยานหมด จึงไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา เพราะเคจำเป็นจะต้องรอบัสเที่ยวแรกซึ่งจะออกเวลา 9.00 ในวันอาทิตย์เพื่อไปต่อรถไฟที่สถานี ดังนั้นเพื่อให้เคสามารถไปทันเวลาที่นัดกันได้ เพื่อนร่วมบ้านชาวสวิสของเคจึงแนะนำกึ่งบังคับให้เคไปเช่าจักรยานภายในวันนั้นเลย เคจึงได้โอกาสอธิบายไปว่าเคไม่อยากเช่าจักรยานแล้ว โดยอ้างเหตุผลว่าคุณแม่เป็นห่วง ดูเหมือนว่าเพื่อนทั้งสองของเคจะไม่เข้าใจถึงวัฒนธรรมของไทยที่มักจะเชื่อฟังผู้ใหญ่ เพื่อร่วมบ้านชาวสวิสจึงบอกว่าเคโตพอที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว อีกทั้งคุณแม่ของเคยังไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เคจะทำอะไร คุณแม่ก็คงไม่รู้อยู่แล้ว พร้อมทั้งบ่นพึมพำว่าเพราะเคคนเดียวอาจทำให้เค้ามีเวลาเที่ยว London น้อยลง และดูจะยุ่งยากที่เค้าจะต้องเปลี่ยนเวลานัดกับเพื่อนๆ เคนั่งฟังเพื่อนชาวสวิสหว่านล้อมแกมขู่บังคัีบเรื่องจักรยานอยู่เกือบชั่วโมง โดยได้แต่เพียงบอกว่าจะคิดดูอีกที แต่เคไม่ยอมรับปากว่าจะไปเช่าจักรยาน ณ วินาทีนั้น บอกตามตรงว่าเครู้สึกอึดอัดมาก ทั้งรู้สึกผิดที่จะต้องทำให้เพื่อนๆเดือดร้อน ไม่พอใจ ทั้งรู้สึกกังวลว่าหากต้องเช่าจักรยานจริงๆจะเกิดอันตรายอะไรบ้าง เมื่อความรู้สึกหลายๆอย่างมารวมกัน เคก็ไม่อยากไป London กับเพื่อนๆอีกต่อไป พอดีกับที่เคมีเพื่อนกลุ่มใหม่มาจากเมืองไทย เคจึงปฏิเสธ ขอถอนตัวออกจาก trip ไป London เพราะเครู้ดีว่าเคคงร่วมทริปแบบอึดอัดและไม่มีความสุขแน่ๆท่ามกลางความกดดันของเพื่อนๆ ซึ่งในที่นี้เคคิดว่าเป็น Peer Pressure อย่างหนึ่ง 
หลังจากวันนั้นเคยังต้องทนฟังเพื่อนร่วมบ้านชาวสวิสกดดันเรื่องจักรยานต่อไปอีกกว่าสัปดาห์ เคเข้าใจว่าเธอหวังดีอยากให้เคได้มีอิสระไปไหนได้ตามใจ ไม่ต้องรอตามตารางเวลาบัส รวมทั้งจะได้ขี่ไปที่ต่างๆกับเธอได้ เคไม่รู้จะหยุดความกดดันเหล่านั้นอย่างไร จึงได้แต่อดทนและบอกปัดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนร่วมบ้านชาวสวิสออกไปปาร์ตี้ในเมืองกับเพื่อนร่วมคลาส ลูกชายของ Host ก็มาเคาะประตูขอคุยกับเค เพราะเค้าได้ยินเพื่อนสวิสพูดว่าเคจะเปลี่ยนใจไม่เช่าจักรยานแล้ว แต่เพื่อนสวิสยังยืนกรานกับลูกชาย Host ว่าจะต้องทำให้เคเช่าจักรยานให้ได้ ลูกชาย Host จึงเตือนเธอว่าไม่ควรทำแบบนั้น เพราะคนทุกคนก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำหรือไม่ทำอะไรด้วยตนเอง อีกทั้งเคยังมีคุณแม่ที่เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย เธอไม่ควรมากดดันให้เคเลือกข้างระหว่างเพื่อนกับครอบครัว ซึ่งจะทำให้เคเกิดความเครียดและอาจอยู่ที่นี่อย่างไม่มีความสุข พร้อมทั้งบอกว่าเมื่อใดก็ตามที่เพื่อนสวิสมาพูดเรื่องจักรยานอีก ให้ไปบอกเค้าได้ทันที

เคคิดว่าจากเหตุการณ์นี้อธิบายความหมายของสำนวน Don't give in to ได้อย่างดี โดยเฉพาะ 
"Don't give in to peer pressure and don't do everything your friends tell you so." 
ถ้าเคตัดใจยอมแพ้ ยอมเช่าจักรยานตามที่เพื่อนสวิสกดดัน เคอาจจะไม่มีความสุขกับอิสระอย่างที่ควรเป็น เพราะไม่ใช่การตัดสินใจของเคเอง อีกทั้งยังจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงด้วย ถึงแม้วิธีการของเคจะไม่ใช่การต่อสู้ถกเถียงปัญหากันตรงๆ ออกแนวไปทางผัดวันไปเรื่อยๆหรือหลีกเลี่ยงปัญหามากกว่า แต่ท้ายที่สุด ผลของการไม่ยอมแพ้ต่อความกดดัน ก็ทำให้เพื่อนสวิสเข้าใจ และเลิกพูดเรื่องจักรยานอีกต่อไป